ต้องบอกว่าเป็นผลพวงมาจากการช้อปปิ้งนักเตะ และการทุ่มเงินค่าเหนื่อยแบบไม่อั้นเลย ถึงได้ทำการผลกำไร-ขาดทุนของ
สโมสรกวางโจว เอเวอร์แกรนด์ ยักษ์ใหญ่แห่ง
วงการฟุตบอลเอเชีย และ
ไชนิส ซูเปอร์ลีก ของจีนตามการเปิดเผยงบดุลของสโมสรออกมาติดลบกว่า 380 ล้านหยวน ซึ่งตีเป็นเงินบาทไทยก็ปาเข้าไปราวห้าพันล้านบาทเลยทีเดียว
ทั้งนี้อย่างที่พอทราบกัน
กวางโจว เอเวอร์แกรนด์ จัดเป็นทีมที่มีการลงทุนสูงที่สุดในเอเชียทีมนึงช่วงหลัง โดยพวกเขาทุ่มดึงนักเตะระดับท็อปคลาสจากยุโรปมาเสริมทีม ในตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมาหลายรายด้วยกัน อาทิเช่นในรายของ
แจ็คสัน มาร์ติเนซ ที่ทุ่มเงินก้อนโตทั้งค่าตัว และค่าเหนื่อยดึงมาจากสโมสรแอตฯมาดริด ยักษ์ใหญ่ในลาลีกา สเปน หรือในซีซั่นก่อนหน้านั้นก็ยังทุ่มจ้างกุนซือระดับโลก “
หลุยส์ ฟิลิปเป้ สโคลารี่” มากุมบังเหียนทีม
อย่างไรก็ตามแม้ว่าการโมดิฟายทีมใหม่ของพวกเขาจะทำให้สโมสรมีรายได้มากขึ้น และได้รับความสำเร็จมากมายในซีซั่นก่อนทั้งการคว้า
แชมป์ไชนิส ซูเปอร์ลีก คว้า
แชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก และ
แชมป์บอลถ้วยเอฟเอ ซูเปอร์คัพ แต่ผลในด้านลบจากการทุ่มลงทุนมากเกินไปก็ตามมาให้ได้เห็นกันชัดๆในซีซั่นนี้ เมื่อพวกเขาไม่สามารถทำผลงานได้ตามเป้าหมาย โดยกระเด็นตกรอบแรก
เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ไปเรียบร้อยแล้วทั้งงบดุลที่ออกมาก็ขาดทุนยับตามกล่าวข้างต้น
หลังจากนี้จึงถือว่าเป็นเรื่องน่าติดตามทีเดียวว่าการลงทุน โดยเฉพาะในแง่ของการเสริมทัพนักเตะ และนโยบายการทุ่มจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะระดับท็อปของสโมสรจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ รวมถึงกระแสจากแฟนบอลก็นับเป็นเรื่องน่าสนใจว่าพวกเขาพึงพอใจกับแนวทางของทีมที่กำลังเป็นไปอยู่นี้หรือไม่
สำหรับ
กวางโจว เอเวอร์แกรนด์ ในซีซั่นนี้ยังถือว่าอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะลุ้นความสำเร็จใน
ไชนิส ซูเปอร์ลีก ได้โดยพวกเขานำเป็นจ่าฝูงอยู่หลังจากผ่านเกมการแข่งขันไปแล้ว 6 เกม