Author Topic: ทีมชาติอาร์เจนตินา ในฟุตบอลโลก 2010  (Read 7764 times)

Liverpool

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 673
    • View Profile


ประวัติทีม

ถึงจะเลือดตาแทบกระเด็นกว่าจะผ่านรอบ คัดเลือกมาได้ “ฟ้าขาว” อาร์เจนติน่า ยังคงวาดหวังสวยหรูว่าจะคว้าแชมป์โลกสมัยแรกในรอบ 24 ปีมาครอง

เพื่อไปให้ถึงฝั่งฝัน แชมป์โลกสองสมัย (1978 และ 1986) มอบศรัทธาให้ดีเอโก้ อาร์มันโด้ มาราโดน่า นักเตะฟ้าประทาน และแข้งที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอาร์เจนติน่า ผู้อยู่เบื้องหลังการคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ของทีมด้วย

ภารกิจใหญ่ของ “เสือเตี้ย” ดูจะง่ายขึ้น เมื่อมองว่าทีมฟ้าขาวมีแข้งระดับเทพให้เลือกใช้มากมาย และหลายคนคือผู้เล่นตัวเก๋าจากชุดฟุตบอลโลก 2006 ที่เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ นอกจากนั้นยังมีลิโอเนล เมสซี่ และแข้งดาวรุ่งพุ่งแรงอีกเป็นกระบุง มีแชมป์ระดับเยาวชนมากมายหลายรายการเป็นเครื่องการันตี

แต่ถึงจะมีนักเตะชั้นนำของโลกมากมาย อาร์เจนติน่ากลับไม่ประสบความสำเร็จในระดับอินเตอร์ระยะหลัง ครั้งสุดท้ายที่ได้แชมป์ก็คือโคปา อเมริกา 1993

ขุนพลอาร์เจนติเนี่ยน ลำบากสุดๆ ในรอบคัดเลือกรอบสุดท้าย เหมือนที่เป็นในปี 1985 ก่อนจะเดินหน้าคว้าแชมป์โลกมาครองได้ในปี 1986 ที่เม็กซิโก เป็นเจ้าภาพ แชมป์โลก 2 สมัย เริ่มต้นรอบคัดเลือก 2010 ภายใต้การนำของโค้ชอัลฟิโอ บาซิเล่ ที่ต้องเปิดทางให้มาราโดน่า หลังจากพ่ายชิลี ในเกมนัดที่ 10 ส่งผลให้ทีมหล่นมาอยู่ที่ 3 แม้จะฟอร์มหนืดต่อเนื่อง แต่ชัยชนะแบบหืดจับ 2 นัดสุดท้ายของการเล่นรอบคัดเลือก เหนือเปรู และอุรุกวัย ก็ทำให้อาร์เจนติน่าเข้ารอบสุดท้ายสำเร็จ

ทีมอัลบิเซเลสเต้ ได้ไปทั้งหมด 28 แต้ม นับว่าเป็นคะแนนต่ำสุดของทีมที่ได้ผ่านเข้ารอบ ตั้งแต่มีการปรับมาเล่นในระบบกลุ่มเดียว 10 ทีม สถิติของอาร์เจนติน่าอยู่ที่ ชนะ 8 เสมอ 4 และแพ้ 6 ในจำนวนนี้ 3 นัดเป็นการแพ้ที่เจ็บปวดสุดๆ หลังจากที่แพ้ชิลี และเป็นการแพ้นัดแรกของการเล่นรอบคัดเลือก อาร์เจนติน่า โดนโบลิเวียถล่ม 6-1 ก่อนจะมาพ่ายบราซิลคาบ้าน

โชคดีที่อาร์เจนติน่า หาทางกลับได้ทันช่วงท้ายของการเล่นรอบคัดเลือก และเป็นมาร์ติน ปาแลร์โม่ ที่ยิงประตูช่วงทดเวลาบาดเจ็บให้ทีมชนะเปรู ก่อนที่ทีมจะบุกไปชนะอุรุกวัยที่มอนเตวิเดโอ 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้สำเร็จ

ดาวดังประจำทีม

Javier MASCHERANO » Midfielders
ฮวน เวรอน » Midfielders
Carlos TEVEZ » Strikers
Lionel MESSI » Strikers

โค้ช
ดีเอโก้ มาราโดน่า (สเปน: Diego Armando Maradona)



ดีเอโก อาร์มานโด มาราโดนา (สเปน: Diego Armando Maradona) เกิดเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 1960 ในลานุส บัวโนสไอเรส เป็นอดีตนักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินา และปัจจุบันเป็นผู้จัดการทีมชาติอาร์เจนตินา เขาถือเป็น 1 ในนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง เขาได้รับการลงคะแนนทางอินเทอร์เน็ตครั้งแรก กับรางวัลผู้เล่นฟิฟ่าแห่งศตวรรษ โดยได้รับร่วมกับเปเล่

ในบทบาทนักฟุตบอลอาชีพ มาราโดนาเล่นให้กับสโมสรอาร์เจนติโนสจูเนียร์ส, บากาจูเนียร์ส, บาร์เซโลนา, นิวเวลล์โอลด์บอยส์ และนาโปลี ยังสร้างสถิติในเรื่องค่าสัญญา ในระดับนานาชาติ เขาเล่นให้กับทีมอาร์เจนตินา 91 นัด ทำประตู 34 ประตู เขาเล่นในฟุตบอลโลก 4 ครั้ง โดยในการแข่งขันฟุตบอลโลก 1986 เขานำทีมอาร์เจนตินาชนะทีมเยอรมันตะวันตกในรอบสุดท้าย และยังได้รับรางวัลลูกบอลทองคำในฐานะผู้เล่นยอดเยี่ยม ในการแข่งครั้งนี้ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เขาทำคะแนน 2 ประตู จากผล 2-1 เหนือทีมอังกฤษ โดยในประตูแรกเป็นที่รู้จักในชื่อ “ประตูหัตถ์พระเจ้า” ในขณะที่ประตูที่ 2 เป็นการครองลูกระยะ 60 เมตร เลี้ยงหลบผู้เล่นอังกฤษ 6 คน จนได้รับขนานนามว่า “ประตูแห่งศตวรรษ”

จากหลายเหตุผล ทำให้มาราโดนา เป็น 1 ในนักกีฬาที่มีข้อขัดแย้งและเป็นที่ต้องการของนักข่าวมากที่สุดคนหนึ่ง เขาถูกพักการเล่นฟุตบอลเป็นเวลา 15 เดือนในปี 1991 หลังจากตรวจพบว่าเขาเสพโคเคนในอิตาลี และถูกส่งกลับบ้านในฟุตบอลโลก 1994 ที่สหรัฐอเมริกาหลังจากตรวจพบใช้สารอีเฟดรีน

หลังจากที่เขาเกษียณจากการเป็นนักเตะฟุตบอลในวันครบรอบอายุ 37 ปี ในปี ค.ศ. 1997[4] เขาทนทุกข์อาการป่วยมากขึ้นและน้ำหนักเพิ่ม และยังติดโคเคนอย่างต่อเนื่อง ในปี 2005 หลังจากผ่านตัดท้องช่วยทำให้เขาควบคุมเรื่องน้ำหนักได้ หลังจากชนะจากการติดโคเคนได้เขาเป็นพิธีกรรายการชื่อดังในอาร์เจนตินา

ก่อนจะคุมทีมชาติ มาราโดน่า เคยเป็นโค้ชช่วงสั้นๆ ที่มานดิยู ปี 1994 และราซิ่ง คลับ ปีต่อมา จากนั้นกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้งให้โบคา จูเนียร์ส หลังหันหลังให้ฟุตบอล 9 ปี มาราโดน่ากลับมาคุมทีมชาติอาร์เจนติน่า ทำหน้าที่แทนบาซิเล่ ช่วยให้ทีมผ่านเข้ารอบสุดท้าย

ฟุตบอลโลกที่ผ่านมา

อาร์เจนติน่า เข้าชิงฟุตบอลโลก 4 ครั้ง ชนะเนเธอร์แลนด์ปี 1978 ชนะเยอรมันปี 1986 แพ้อุรุกวัยปี 1930 และแพ้เยอรมันปี 1990

ผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้เป็นสมัยที่ 20 และฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้เป็นการเล่นฟุตบอลโลกครั้งที่ 10 ติดต่อกัน

 [onion-a06]